วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554

‘นิว แมนดาลา’ เปิดตัวซีรีส์ ‘ชาติ ศาสน์ กษัตริย์’ (1)

 

'นิว แมนดาลา' เปิดตัวซีรีส์ 'ชาติ ศาสน์ กษัตริย์' (1)

เว็บไซต์นิวแมนดาลา ซึ่งเป็นเว็บไซต์อภิปรายเรื่องสังคม การเมือง วัฒนธรรมในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เปิดตัววีดีโอซีรีส์ชุดใหม่ในหัวข้อ 'ชาติ ศาสน์ กษัตริย์' เปิดพื้นที่พูดคุยในประเด็นสามเสาหลักของประเทศไทย ผ่านมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยมีผู้ร่วมสนทนาเป็นนักวิชาการแถวหน้าทั้งไทยและต่างประเทศ อาทิเช่น ผาสุก พงษ์ไพจิตร, คริส เบเกอร์, แอนดรูว์ วอล์กเกอร์, เดส บอล, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ประชาไท จึงขอนำเสนอวีดีโอดังกล่าวแก่ผู้อ่าน โดยมีคำบรรยายภาษาไทย พร้อมพูดคุยกับ 'นิโคลัส ฟาร์เรลลี่' นักวิจัยประจำวิทยาลัยเอเชีย แปซิฟิก มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย และผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ 'นิวแมนดาลา' ถึงที่มาของวีดีโอชุดนี้ด้วย

ตอนที่ 1 ของซีรีส์ "ชาติ ศาสน์ กษัตริย์"
(ผู้ชมสามารถเลือกคลิก 'cc' เพื่อเปิดคำบรรยายภาษาไทย)

ดร. นิโคลัส ฟาเรลลี่ เล่าถึงที่มาวีดีโอชุดนี้ว่า ซีรีส์ดังกล่าวมีทั้งหมดสามตอน ในแต่ละตอนประกอบไปด้วยการอภิปรายว่าด้วยชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ตามลำดับ โดยมีนักวิชาการทั้งไทยและเทศที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและบทวิเคราะห์ที่ตรงไปตรงมา เพื่อที่จะตั้งคำถามต่อ 'ชาติ ศาสน์ กษัตริย์' ซึ่งฟาร์เรลลี่มองว่า เป็นหลักการที่ส่งอิทธิพลต่ออุดมการณ์ทางการเมืองอย่างในสังคมไทยกว้างขวาง จึงต้องการจะเปิดประเด็นเพื่อนำไปสู่การถกเถียงในสิ่งที่เราอาจเคยเชื่อกันมาในแบบเดิมๆ

ในตอนที่หนึ่งของซีรีส์ จะเป็นการอภิปรายเรื่อง 'ชาติ' โดยมีวิทยากรคือแอนดรูว์ วอล์กเกอร์ นักวิชาการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องชนบทไทย, ผาสุก พงษ์ไพจิตร และคริส เบเกอร์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองไทย และดำเนินรายการโดยนิโคลัส ฟาร์เรลลี โดยในตอนนี้ จะอภิปรายในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจไทย และอนาคตของประเทศในภาวะช่วงเปลี่ยนผ่าน

ส่วนในตอนที่สอง เป็นการอภิปรายเรื่อง 'ศาสนา' ซึ่งมีวิทยากร เช่น เดส บอล นักวิชาการประจำศูนย์ยุทธศาสตร์และความมั่นคงศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย มาพูดคุยในเรื่อง ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และแนวโน้มของภูมิภาคดังกล่าวในอนาคต

ส่วนในตอนที่สาม ว่าด้วย 'พระมหากษัตริย์' ฟาร์เรลลี่กล่าวว่า เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของซีรีส์ชุดนี้เลยก็ว่าได้ เพราะจะมีการอภิปรายถึงความเกี่ยวข้องของสถาบันกับการเมือง

"ผมคิดว่าทุกคนคงจะอยากรอชมตอนสุดท้าย ที่จะเน้นการอภิปรายเรื่องวังและการเมืองที่รายล้อมราชวงศ์ มันประกอบไปด้วยการวิเคราะห์ทางวิชาการอย่างเต็มๆ และตรงไปตรงมา ว่าด้วยอนาคตของประเทศไทยและสถาบันกษัตริย์ มันจะคุ้มค่าการรออย่างแน่แท้" ฟาร์เรลลี่กล่าวในอีเมลล์กับผู้สื่อข่าว

ในการจัดทำและนำเสนอวีดีโอซีรีส์ชุดนี้ ฟาร์เรลลี่หวังว่า จะนำมาซึ่งความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทยที่ดีขึ้น และในฐานะนักวิชาการและสถาบันการศึกษา เขาเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบที่จะต้องเปิดพื้นที่และจุดประเด็นการถกเถียงแม้แต่ในเรื่องที่อ่อนไหวมากที่สุด

"สำหรับคนที่ศึกษาเรื่องประเทศไทย มันหมายความว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงในการพูดถึง 'ชาติ ศาสน์ กษัตริย์' เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ ที่เป็นปัจจัยชี้อนาคตของประเทศไทย" ฟาร์เรลลีกล่าว

สำหรับผู้อ่านที่ชมแล้วอยากจะร่วมแสดงความคิดเห็นกับผู้จัดทำ สามารถเข้าไปได้ที่เว็บไซต์นิวแมนดาลา

http://www.prachatai3.info/journal/2011/10/37279



แต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารกทม.ซี10และ ซี 9

แต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารกทม.ซี10และ ซี 9

นางจลกลณี วีระณรงค์ ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร แจ้งว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง 18 ราย ดังนี้ 

1.นายสมภพ ระงับทุกข์ ผู้ตรวจราชการ กทม. เป็นรองปลัด กทม. 

2.นายจุมพล สำเภาพล ผู้อำนวยการสำนักการโยธา เป็นรองปลัด กทม. 

3.นางอารุณี รัศมิทัต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม เป็นผู้ตรวจราชการ กทม. 

4.นายวินัย ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง เป็นผู้อำนวยการสำนักการโยธา 

5.นายอรรถพร สุวัธนเดชา ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา เป็น ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล 

6.นายมานิต เตชอภิโชค ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล เป็น ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว 

7.นายโกสิน เทศวงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา เป็นผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม 

8.นายธนา วิชัยสาร รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง เป็นผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง 

9.นายกฤษฎา สุขสงวน รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา เป็นผู้อำนวยการสำนักการศึกษา 

10.นายสุรศักดิ์ สอนเคลือ ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร 11.ม.ร.ว.เปรมศิริ เกษมสันต์ รองผู้อำนวยการสำนักผังเมือง เป็นผู้อำนวยการสำนักผังเมือง 

12.พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นผู้ตรวจราชการ กทม. 

13.น.ส.รสสุคนธ์ แสงอ่อน รองผู้อำนวยการสำนักการคลัง เป็นผู้ตรวจราชการ กทม. 

14.นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ เป็นผู้ตรวจราชการ กทม. 

15.เรือโทวารินทร์ เดชเจริญ รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นผู้ตรวจราชการ กทม. 

16.นายอมรทัต พิจิตรคดีพล รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตรวจราชการ กทม. 

17.นายวันชัย ถนอมศักดิ์ ผู้ช่วยปลัด กทม. เป็น ผู้ตรวจราชการ กทม. และ 

18.นายธนิก ยูถะสุนทร์ รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ เป็นผู้ตรวจราชการ กทม. 

มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.54 เป็นต้นมา

ด้านนายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามคำสั่งเลื่อนและแต่งตั้งข้าราชการสามัญ กทม.ระดับ 9 จำนวน 68 ตำแหน่ง ดังนี้ 

1.นางจินตนา สุรินทร์ศิริรัตน์ เป็นรอง ผอ.สำนักยุทธศาสตร์ฯ 

2.นายกิตตินันทน์ ขาวสุทธิ์ เป็นรอง ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 

3.นายเกรียงพล พัฒนรัฐ เป็นรอง ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม 

4.น.ส.ธัญลักษณ์ ครามะคำ เป็นรอง ผอ.สำนักงบประมาณ 

5.นางรัชนีวรรณ อัศวธิตานนท์ เป็นรอง ผอ.สำนักยุทธศาสตร์ฯ 

6.นางเปรมวดี ทรัพย์บุญมี เป็นผู้ช่วยปลัด กทม. 

7.นายกอบชัย พงษ์เสริม เป็นผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงาน ก.ก. 

8.นายยศศักดิ์ คงมาก เป็นผู้ช่วยปลัด กทม. 

9.นายกฤษฎา ศิริพิบูลย์ เป็นรอง ผอ.สำนักการคลัง 

10.นายนิคม พรธารักษ์เจริญ เป็นรอง ผอ.สำนักการจราจรและขนส่ง 

11.นายทรงชัย เลิศวรสิริกุล เป็นรอง ผอ.สำนักการโยธา

 12.นายชัยนาท นิยมธูร เป็นรอง ผอ.สำนักการระบายน้ำ 

13.ว่าที่ ร.ต.เศวตชัย ทรัพย์บุญมี เป็นผู้ช่วยปลัด กทม. 

14.นายพรเลิศ พันธุ์วัฒนา เป็นผู้ช่วยปลัด กทม. 

15.นางบังอร ถ้ำสุวรรณ เป็นรอง ผอ.สำนักการโยธา

 16.นายโสภณ โพธิสป เป็นรอง ผอ.สำนักเทศกิจ 

17.นายพรเทพ อัครวรกุลชัย เป็นรอง ผอ.สำนักเทศกิจ 

18.น.ส.อมรรัตน์ กฤตยานวัช เป็นรอง ผอ.สำนักผังเมือง 

19.นายกริช วัชรศิริธรรม เป็นรอง ผอ.สำนักการศึกษา 

20.นายบัณฑิต วินิจฉัยกุล เป็นรอง ผอ.สำนักการศึกษา 

21.นายจรูญ มีธนาถาวร เป็นรอง ผอ.สำนักพัฒนาสังคม 

22.นางสุวัฒนี ไชยนันทน์ เป็นรอง ผอ.สำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว 

23.นายวรภาส รุจิโภชน์ เป็นรอง ผอ.สำนักการระบายน้ำ 

24.นายสมชาย ฉัตรสกุลเพ็ญ เป็นรอง ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม 

25.นายสุรเกียรติ ลิ้มเจริญ เป็นรอง ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 

26.นายศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ เป็น ผอ.สำนักงานปกครองและทะเบียน 

27.น.ส.วิภาวี พงษ์พิริยะวนิช เป็นผู้ตรวจราชการอำนวยการสูง 

28.น.ส.รจนา พิริยะอนนท์ เป็นผู้ตรวจราชการอำนวยการสูง 

29.นายวัชรินทร์ บรรพต เป็น ผอ.สำนักงานออกแบบ สำนักการโยธา 

30.นายประสาร พิทักษ์วรรัตน์ เป็น ผอ.สำนักงานก่อสร้างและบูรณะ สำนักการโยธา 

31.นายสุธน อาณากุล เป็น ผอ.สำนักงานวิศวกรรมจราจร สำนักการจราจร 

32.นายจิระศักดิ์ จิวาลักษณ์ เป็น ผอ.สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ 

33.นางธนันณัฏฐ์ วินิจฉัยกุล เป็น ผอ.เศรษฐกิจและการคลัง สำนักการคลัง 

34.นายสมภาคย์ สุขอนันต์ เป็น ผอ.สำนักกฎหมายและคดี สำนักปลัด กทม. 

35.นางแขไข จิตทิชานนท์ เป็น ผอ.สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย 

36.นายอุดมศักดิ์ นาดี เป็น ผอ.สำนักงานยุทธศาสตร์การศึกษา สำนักการศึกษา 

37.น.ส.สุกฤตา สื่อเจริญ เป็น ผอ.สำนักงานการสงเคราะห์และสวัสดิภาพสังคม สำนักพัฒนาสังคม 

38.น.ส.สาวิตรี สุขสงวน เป็นผู้ตรวจราชการอำนวยการสูง 

39.น.ส.สมจิตร งามเจริญ เป็นผู้ตรวจราชการอำนวยการสูง 

40.น.ส.ศรินพร ลีมหารุ่งเรือง เป็นผู้ตรวจราชการอำนวยการสูง

41.น.ส.สุดาวัลย์ สถาวรจันทร์ เป็นผู้ตรวจราชการอำนวยการสูง 

42.นางกิ่งแก้ว วงษ์พันธุ์ เป็นผู้ตรวจราชการอำนวยการสูง 

43.นายอรุณ พ่วงสมบัติ เป็น ผอ.เขตมีนบุรี 

44.นางฉัฐนันท์ อินทราชา เป็น ผอ.เขตราษฎร์บูรณะ 

45. นายจตุรงค์ ผ่องลำเจียก เป็น ผอ.เขตภาษีเจริญ 

46.นายสัจจะ คนตรง เป็น ผอ.เขตวัฒนา 

47.นายกฤษณ์ เกียรติพนชาติ เป็น ผอ.เขตบึงกุ่ม 

48.นายภูมิพัฒน์ ดำรงเกียรติศักดิ์ เป็น ผอ.เขตดอนเมือง 

49.นางลักษณา โรจน์ธำรง เป็น ผอ.เขตราชเทวี 

50.นายขจิต ชัชวานิชย์ เป็น ผอ.เขตคลองสาน 

51.นายนิวัฒน์ ไชยมิ่ง เป็น ผอ.เขตจอมทอง 

52.นายสิน นิติธาดากุล เป็น ผอ.เขตบางกะปิ 

53.นายอภิรัฐ ตราดุษฎี เป็น ผอ.เขตบางกอกน้อย 

54.นายวรเศรษฐ์ ปภัสร์สุตานนท์ เป็น ผอ.เขตพญาไท 

55.นางวิภารัตน์ ไชยานุกิจ เป็น ผอ.เขตคลองเตย 

56.นางอัจฉรา ห่อสมบัติ เป็น ผอ.เขตประเวศ 

57.นายประวิช ศรีวิลัย เป็น ผอ.เขตลาดกระบัง 

58.นายอนนท์วุฒิ รัตนมาลี เป็น ผอ.เขตยานนาวา 

59.นายพิบูล เวคะวากยานนท์ เป็น ผอ.เขตหนองแขม 

60.นายทรงชัย พยอมแย้ม เป็น ผอ.เขตบางนา 

61.น.ส.แสนสุข สตงคุณห์ เป็น ผอ.เขตดินแดง 

62.น.ส.พรรณทิพา งามญาณ เป็น ผอ.เขตสาทร 

63.นายพงษ์ศักดิ์ พันธุ์สวาสดิ์ เป็น ผอ.เขตบางขุนเทียน 

64.นางมัณฑนา ชูติกาญจน์ เป็น ผอ.เขตตลิ่งชัน 

65.นายซีรอซันคาร ปาทาน เป็น ผอ.เขตทุ่งครุ 

66.นางรัสยาภรณ์ นครสุต เป็น ผอ.เขตบางบอน 

67.นายเสือชนะ สุดเจริญ เป็น ผอ.เขตบางรัก และ 

68.นางกองกาญจน์ สุบรรณ ณ อยุธยา เป็น ผอ.เขตบางแค 

ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.54 เป็นต้นมา

 

วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รายงาน: ผู้ต้องขัง ม.112 ตกสำรวจ และรวมปฏิทินคดีหมิ่นพระบรมเดชานภาพ

รายงาน: ผู้ต้องขัง ม.112 ตกสำรวจ และรวมปฏิทินคดีหมิ่นพระบรมเดชานภาพ

สถานการณ์ของนักโทษคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้ในเวทีการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของแต่ละประเทศ หรือยูพีอาร์  (UPR - Universal Periodic Review) ที่เจนีวา สวิสเซอร์แลนด์ เมื่อต้นตุลาคมที่ผ่านมา มีหลายประเทศที่หยิบยกปัญหา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จนกลายเป็นประเด็นฮอตในเวทีโลก

สิทธิการประกันตัวยังเป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงมากจากทุกส่วน สถิติสูงสุดของการยื่นประกันตัวของผู้ต้องหาคดีนี้อยู่ที่ 10 ครั้ง และหลักทรัพย์สูงราว 2 ล้านบาท มีผู้ต้องหาเพียงส่วนน้อย (มาก) ที่ได้รับสิทธิการประกันตัว แต่ส่วนใหญ่แล้วยังคงอยู่ในเรือนจำจนปัจจุบัน

ในที่นี้จะกล่าวถึงกรณีล่าสุด (?) ที่เพิ่งถูกคุมขัง กับกรณีที่ไม่เคยเป็นที่รับรู้ ซึ่งศาลพิพากษาโทษจำคุก 10 ปี ส่วนในตอนสุดท้ายจะเป็นตารางกำหนดการการพิจารณาคดีของผู้ต้องหารายต่างๆ 
 

คนสิงคโปร์ ใบปลิว และโทษจำคุก 10 ปี

วันชัย (ขอสงวนนามสกุล) ชายชาวสิงคโปร์ วัยใกล้ 60 ปีหรืออาจ 60 กว่าปี เขาอยู่เมืองไทยมากว่า 30 ปี พูดภาษาไทยได้ชัดเจน ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6 เม.ย.52 ที่บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล ขณะนั้นมีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เขาเอาเอกสารใบปลิว 3 แผ่น 6 หน้า มาแจกผู้ชุมนุม ชื่อว่า "พระไตรปิฎก ฉบับแก้แค้น" ซึ่งมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การเมืองหลังรัฐประหารอย่างรุนแรง

 อันที่จริง เขาเริ่มเขียนเอกสารดังกล่าวตั้งแต่เกิดเหตุการณ์บุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ซึ่งเป็นช่วงพีคของความโกรธแค้น เนื่องจากเขามีอาชีพเป็นมัคคุเทศน์มาตลอดชีวิตในเมืองไทย เอกสารที่เขาเขียนเวอร์ชั่นแรกหนา 50 กว่าหน้า แต่เมื่อซีรอกซ์แจกผู้คนแล้วพบว่าไม่ค่อยมีใครอยากได้เอกสารหนาๆ  จึงปรับเป็นใบปลิวแทน โดยตระเวนแจกตามสถาบันการศึกษา 10 กว่าแห่ง ด้วยคาดหวังว่าที่นั่นจะเต็มไปด้วยผู้อุดมปัญญาและพร้อมถกเถียง

วันชัย มีภรรยาเป็นคนไทย ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันราว 15 ปี แต่ไม่มีบุตรด้วยกัน เธอมีอาชีพขายเสื้อผ้าเล็กๆ น้อยๆ ตัวเขาสนใจการเมือง โดยเฉพาะเรื่องประวัติศาสตร์เพราะมีอาชีพเป็นมัคคุเทศน์ แต่ช่วงหลังชักไพล่มาอ่านประวัติศาสตร์การเมือง เขามักคุยโวว่าอ่านหนังสือประวัติศาสตร์มานับไม่ถ้วน และนับถือพระเจ้าตากสินเป็นพิเศษ

เขาเล่าให้ผู้ใกล้ชิดฟังว่า เขาไม่ได้สังกัดกลุ่มใด และเคยไปฟังเวทีปราศรัยของ นปช.เพียง 2-3 ครั้ง ในวันเกิดเหตุ เขาต้องการไปแจกใบปลิวที่ธรรมศาสตร์ แต่เนื่องจากเป็นวันหยุด จึงตัดสินใจไปแจกในที่ชุมนุมแทน จนกระทั่งการ์ดของ นปช.ที่ดูแลบริเวณที่ชุมนุมได้จับตัวเขาส่งตำรวจ หลังจากเห็นข้อความในเอกสาร

เขาเสียใจและโกรธแค้น นปช.อย่างมาก และยืนยันว่าแม้จะใช้ถ้อยคำรุนแรง แต่เขามีเหตุผล

เขายืนยันเช่นนั้นอีกในวันพิจารณาคดีแต่ศาลไม่อนุญาตให้เขาได้อธิบาย ทั้งยังพิจารณาคดีแบบปิดลับ แม้แต่ภรรยาก็ต้องออกไปรอนอกห้องพิจารณา เขาไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวตั้งแต่วันที่ตำรวจฝากขัง กระทั่งศาลพิพากษาเขาเมื่อวันที่ 26 ก.พ.53 สั่งลงโทษจำคุก 10 ปี ริบของกลาง

คำฟ้องระบุว่า "เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2552 เวลากลางวัน จำเลยได้หมิ่นประมาท ดูหมิ่นและแสดงความอาฆาตมาดร้าย องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน พระมหากษัตริย์โดยกระทำการแจกเอกสารให้ประชาชนจำนวนหลายคนซึ่งเป็นบุคคลที่สาม โดยเอกสารขึ้นต้นมีข้อความว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" อันเป็นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ  และมีข้อความที่ปรากฎในเอกสารเป็นการ กล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น และแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ โดยมีเจตนาที่ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสักการะ  เหตุเกิดที่แขวง-เขตดุสิต  กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตาม  ประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 112 ,33"

คำพิพากษาระบุว่า "จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พฤติการณ์ในการกระทำของจำเลย นอกจากจะเป็นความผิดร้ายแรงที่กระทำต่อองค์พระมหากษัตริย์ซึ่งทรงเป็นประมุขและทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะสูงสุดของประชาชนทั้งประเทศตลอดมาเป็นเวลาช้านานแล้ว  การกระทำของจำเลยยังมีผลกระทบต่อความรู้สึกของปวงชนชาวไทยทั้งมวลอย่างรุนแรง สมควรต้องระวางโทษในขั้นสูง จึงกำหนดโทษจำคุก 15 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและข้อเท็จจริงที่จำเลยนำสืบในชั้นพิจารณาก็ถือได้ว่าเป็นการรับว่าจำเลยได้กระทำการอันเป็นความผิดตามฟ้อง เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาทางคดีอยู่บ้าง กรณีมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม ตาม ปอ.ม.78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 10 ปี ริบของกลางทั้งหมด."

อีกไม่กี่วันถัดมาหลังคำพิพากษาในคดีแรก ในวันที่ 5 มี.ค.53 อัยการสั่งฟ้องเขาในคดีลักษณะเดียกันอีก 1 คดี โดยศาลเพิ่งพิพากษาลงโทษจำคุก 5 ปี ไปเมื่อวัน 28 ก.พ.54 นี้เอง แต่เป็นการให้นับโทษต่อจากคดีเดิม เพดานโทษจำคุกจึงยังอยู่ที่ 10 ปี เช่นเดิม

คำฟ้องระบุว่า "เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์  2552 เวลากลางวัน จำเลยหมิ่นประมาท  ดูหมิ่น และแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน  โดยการนำเอกสารซึ่งมีข้อความหมิ่นประมาท  ดูหมิ่น  และแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ไปวางไว้บริเวณอาคาร 5 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เหตุเกิดที่แขวงลาดยาว  เขตจตุจักร  กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตาม  ประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 112"

คำพิพากษาระบุว่า "พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี ให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากคดีอาญา หมายเลขแดงที่ อ. 754/2553 ของศาลอาญา ริบของกลาง."

อาจเพราะเขาเครียดจากโทษของคดีแรก และความเครียดจากสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำ ซึ่งเขาระบุว่ากินไม่ค่อยได้ นอนไม่เคยหลับ ทำให้เขาแสดงอารมณ์โกรธ และพูดจาวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงภายในศาล กระทั่งถูกส่งไปสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ซึ่งเป็นสถานบำบัดผู้ป่วยจิตเวช เขาอยู่ที่นั่นเกือบ 2 เดือน ก่อนศาลจะพิพากษาคดี

ปัจจุบันวันชัยถูกจำคุกอยู่ที่แดน 4 เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยมีภรรยาคอยเยี่ยมเสมอ แต่ช่วงหลังๆ เธอเริ่มเงียบหายไป โดยวันชัยก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

 โปรแกรมเมอร์ เฟซบุ๊ก และความหวังในการประกันตัว

สุรภักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) วัย 40 ปี เป็นโปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาซอฟท์แวร์ให้กับบริษัทเอกชน รัฐวิสาหกิจหลายแห่ง เขาเพิ่งเปิดบริษัทใหม่ได้ไม่ถึงเดือนในวันที่โดนเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมาทางเทคโนโลยี (ปอท.) นับสิบนายบุกเข้าจับกุม เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าเขาเป็นผู้ทำเพจ "เราจะครองแผ่นดินโดย..."  [เซ็นเซอร์โดยประชาไท] ใช้นามแฝงว่า "ดอกอ้อริมโขง" ซึ่งปรากฏข้อความเข้าข่ายหมิ่นฯ เจ้าตัวให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

อย่างไรก็ตาม สุรภักดิ์ ระบุกับผู้ใกล้ชิดว่า ในการตรวจค้นและยึดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 2 เครื่อง และคอมพิวเตอร์แบบพกพาอีก 1 เครื่องนั้น เขาพยายามติดต่อพยานเพื่อมาดูและกระบวนการดังกล่าว รวมทั้งขอติดต่อทนายความ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธและยึดโทรศัพท์มือถือไป กระทั่งนำตัวมาสอบสวนที่ ปอท. จึงได้พบทนายความ

เขายังระบุอีกว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีหลักฐานอย่างชัดเจนในการกล่าวหาเขาแต่อย่างใด เพียงแต่ระบุว่า มีนักศึกษาไปร้องทุกข์กล่าวโทษเกี่ยวกับเพจนี้ แล้วจากนั้นก็มีพยานอีก 1 คนที่ระบุเชื่อมโยงตัวเขาเข้ากับเพจดังกล่าว

สุรภักดิ์ เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ก่อนจะถูกจับกุม กำลังพัฒนาโปรแกรม ERP (Enterprise resource planning) ให้กับบริษัทเอกชน 2 แห่ง ซึ่งมีมูลค่าเกือบ 6 ล้านบาท พัฒนาไปกว่า 40% แล้วและยังค้างอยู่

การฝากขังผลัดที่ 4 จะครบกำหนดในวันที่ 20 ต.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าทางครอบครัวจะยื่นประกันตัวอีกครั้ง หลังจากยื่นประกันมาแล้วทุกครั้งที่มีการฝากขัง แต่ได้รับการปฏิเสธ

 

ปฏิทินผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ*

 

17 ต.ค.54                      ดารณี                            ศาลนัดฟังคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญกรณีพิจารณาคดีลับขัด รธน.?

9 พ.ย.54                        โจ กอร์ดอน หรือเลอพงษ์  พิพากษา

23 พ.ย.54                      อำพล (SMS)                   พิพากษา

6 ธ.ค.54 (ศาลทหาร)      ชนินทร์ (ทหารอากาศ)      สืบพยานโจกท์

14-16 ก.พ.55                 จีรนุช (ผอ.ประชาไท)        สืบพยานจำเลย

17-20 ก.ค. 55                เอกชัย (ขายซีดี ABC)       สืบพยานโจกท์-จำเลย

21 พ.ย.54 – 4 พ.ค.55    สมยศ (บก.Red Power)    สืบพยานโจทก์-จำเลย  โดยมีรายละเอียดดังนี้

                                        21 พ.ย.54 สืบพยานโจทก์ (จังหวัดสระแก้ว)

                                       19 ธ.ค.54  สืบพยานโจทก์ (จังหวัดเพชรบูรณ์)

                                       16 ม.ค.55  สืบพยานโจทก์ (จังหวัดนครสวรรค์)

                                       13 ก.พ.55  สืบพยานโจทก์ (จังหวัดสงขลา)

                                       18-20, 24-26 เม.ย.55 สืบพยานโจกท์ (กรุงเทพฯ)

                                        1-4 พ.ค.55 สืบพยานจำเลย

5-8, 12-15 มิ.ย.55           สุรชัย (กลุ่มแดงสยาม)**   สืบพยานโจกท์-จำเลย

 

 

*ทุกคดีพิจารณาคดีที่ศาลอาญา ถนนรัชดา เวลา 9.00 น. ยกเว้นกรณีที่ระบุไว้เป็นการเฉพาะภายในวงเล็บ

**กรณีสุรชัยมีหลายคดี ซึ่งมีความคืบหน้าทางคดีแตกต่างกันดังตารางด้านล่าง (ขอบคุณข้อมูลจากคุณซาร่า)

 

 คดี

 เจ้าของคดี

 รายละเอียด

 ความคืบหน้าปัจจุบัน

 หมายเหตุ

ม.112

สน. ชนะสงคราม

ประกันตัวแล้ว แต่ถอนประกันเพราะถูกจับในคดีอื่นแล้ว

ขึ้นศาลปี 2555

 

ปราศรัยที่สนามหลวง

ม.112

สน. โชคชัย

จับกุมดำเนินคดีเมื่อวันที่ 22 ก.พ.54

แจ้งข้อกล่าวหาและฝากขัง

ปราศรัยที่ ชั้น 6 อิมพีเรียล ลาดพร้าว

ม.112

ดอยสเก็ด เชียงใหม่ โอนเข้า DSI

นัดพร้อมแล้ว

ขึ้นศาลนัดแรก 31 ต.ค.54 เวลา 9.00

ปราศรัยที่เชียงใหม่

ม.112

วังทองหลาง

1.แจ้งข้อกล่าวหา

2. ให้ปากคำในคุก

DSI อายัดคดีที่เรือนจำ

ปราศรัยวังทองหลาง

ปลุกระดมทำให้เกิดความวุ่นวาย

สภ.ราชบุรี

แจ้งจับ

 

ปราศรัยราชบุรี

ม.112

เชียงราย

DSI แจ้งว่ามีคดี

 

 

ม.112

อุดร

DSI แจ้งว่ามีคดี

 

 

http://www.prachatai3.info/journal/2011/10/37410