วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เปิดชีวิตรัก "วิทนี่ย์ ฮุสตั้น" ผู้ชายในฝันคือยาเสพติด?





 

เปิดชีวิตรัก "วิทนี่ย์ ฮุสตั้น" ผู้ชายในฝันคือยาเสพติด?

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เวลา 17:30:55 น.

 




          การเสียชีวิตของ "วิทนีย์ ฮุสตัน" เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นอกจากจะสร้างความเสียใจของแฟนเพลงทั่วโลกแล้วยังนำมาซึ่งคำถามคาใจอีกว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ดีว่าสาวเสียงทรงพลังผู้นี้ต้องลาโลกไปก่อนวัยอันสมควร

 

 

          ข้อสันนิษฐานที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกไซเบอร์ก็คือ "ยาเสพติด"

 

 

          ชื่อของ "บ็อบบี้ บราวน์" อดีตสามีของวิทนีย์จึงถูกพาดพิงตามไปด้วย ในฐานะของผู้ที่นำเอายาเสพติดเข้ามาในชีวิตของเธอ หลายคนโทษว่า "บ็อบบี้" คือผู้ที่ทำให้ชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์ของวิทนีย์ต้องตกต่ำถึงขีดสุด และอีกไม่น้อยที่คิดไปถึงว่าบ็อบบี้คือ "ฆาตกร" ที่ฆ่าวิทนีย์ทางอ้อมด้วยซ้ำไป

 

 

          แต่ไม่ว่าใครจะมองยังไง แต่สำหรับดีว่าสาวคนนี้ บ็อบบี้ บราวน์ คือรักแรกและรักเดียวของเธอ

 

 

 

 

 

 

          วิทนีย์พบกับบ็อบบี้ ในงานเลี้ยงการประกาศผลรางวัลเพลงโซล "Soul Train Music Awards" เมื่อวันที่ 12 เมษายน 1989

 

 

          หลังจากสานสัมพันธ์กันนานเกือบ 3 ปี วิทนีย์ก็ตัดสินใจแต่งงานกับเขา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า บ็อบบี้แต่งงานกับเธอเพราะชื่อเสียงเงินทองมากกว่า เพราะวิทนีย์ในตอนนั้นคือ ซูเปอร์สตาร์ ส่วนบ็อบบี้เป็นแค่อดีตนักร้องดัง ที่มีลูกติดเป็นโขยงและมีเรื่องฉาวไม่หยุดไม่หย่อน 

 

          เธอเคยพูดถึงความทรงจำที่มีต่อการพบกับบ็อบบี้เอาไว้ว่า เขาคือคนที่จริงใจและจะมาเติมเต็มสิ่งที่เธอขาดหายไป

 

 

          "ตอนที่เขาเดินเข้ามาในงานเลี้ยง โลกของฉันเหมือนหยุดหมุนลงไป พระเจ้า! เขาช่างเป็นสุภาพบุรุษเหลือเกิน เขาไม่ได้พยายามจะทำให้ฉันประทับใจเหมือนคนอื่น และเขาไม่มีทีท่าว่ากลัวฉันเหมือนกับคนอื่น ๆ อีกด้วย ก่อนหน้าที่ฉันจะเจอกับบ็อบบี้ ฉันเจอแต่ผู้ชายประเภทที่คิดว่า "ฉันจะต้องทำยังไงเพื่อให้เธอประทับในตัวฉันดีนะ" แต่กับบ็อบบี้มันไม่เป็นแบบนั้น เขาทำตัวปกติ บ็อบบี้รู้ดีว่าสิ่งที่ฉันต้องการคือความรัก ไม่ใช่สิ่งจอมปลอมพวกนั้น"  

 

 

          "ฉันโชคดีที่ได้เจอคนดี เขาดูแลฉันเป็นอย่างดี ฉันรู้สึกปลอดภัย ไม่ต้องกลัวอะไรอีก เพราะถ้าหากมีอะไรเข้ามา เขาจะเตะมันออกไปจากชีวิตฉัน ขืนมาวอแวกับเขาสิ คุณได้โดนดีแน่"

 

 

 

 

 

 

          แต่ดูเหมือนความรักในครั้งนี้จะไม่ราบรื่นสักเท่าไหร่ หลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไม่นานนัก วิทนีย์ก็ตกเป็นข่าวว่ามีปากเสียงกับสามีหลายครั้ง ถึงขั้นลงไม้ลงมือ ซึ่งในตอนหลังเธอก็ออกมายอมรับว่าเธอมีปากเสียงกับเขาบ่อยจริงตามที่เป็นข่าว แต่โลกของเธอก็ยังคงเป็นสีชมพูเช่นเดิม การระหองระแหงก็ไม่ได้สั่นคลอนความรักของเธอและเขาลงไปแม้แต่น้อย


           "เขาเคยตบฉันครั้งหนึ่ง แต่ฉันเคยตีหัวเขา 3 ครั้ง เขาเลือดไหล เขาบอกว่ามันเจ็บมาก ลูกก็เห็นตอนที่เขาเลือดไหล"


            "เราต่างก็หลงไหลในกันและกัน ฉันหมายถึงเรารักกันมาก เราคลั่งไคล้กัน การทะเลาะกันมันเหมือนเป็นการแสดงความรักแบบหนึ่งของเรา เราทะเลาะกันด้วยความรัก"


 

          ต่อมาไม่นานวิทนีย์ต้องตกเป็นข่าวอีกครั้งว่าเธอกำลังติดยาเสพติดอย่างหนัก ซึ่งคนที่ชักนำเอายาเสพติดเข้ามาในชีวิตของเธอก็ไม่ใช่ใครอื่น "บ็อบบี้ บราวน์" สามีสุดที่รักของเธอนั่นเอง โดยนับตั้งแต่แต่งงานกับวิทนีย์ บ็อบบี้ถูกจับกุมเพราะพัวพันยาเสพติดและแอลกอฮอล์หลายครั้งแล้ว

 


          ข่าวดังกล่าวดูจะเกินจริงในสายตาของแฟนเพลงทั่วโลก หลายคนตั้งคำถามว่า ถ้าหากวิทนีย์เสพยาแล้วเพราะเหตุใด เสียงของเธอถึงไม่ตกลงไปแม้แต่น้อย

 

 

          กระทั่งในเดือนเมษายน 2006 ข้อสงสัยของทุกคนก็หมดไป เมื่อน้องสาวของบ็อบบี้นำภาพถ่ายห้องน้ำในบ้านพักของวิทนีย์ ซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์การเสพยาออกมาเปิดเผย

 

 

          ก่อนที่เธอจะยอมรับในรายการของ โอปร่า วินฟรีย์ รายการดังในทีวีอเมริกัน เมื่อปี 2002 ว่า "ฉันเคยติดยาแบบชีวิตไม่ได้เรื่องด้วยปล่อยตัวเองอยู่ในชุดนอนบนเตียงกว่าเจ็ดเดือน"

 

 

          เดือนกันยายน 2006  วิทนีย์ตัดสินใจฟ้องหย่าต่อบ็อบบี้ หลังจากใช้ชีวิตร่วมกันนานถึง 14 ปีและมีพยานรักด้วยกัน 1 คน โดยศาลตัดสินให้วิทนีย์ได้สิทธิ์ในการดูแลลูกสาวคนเดียวของพวกเขาคือ บ็อบบี้ คริสติน่า ฮุสตัน บราวน์ ซึ่งเมื่อต้นปี 2011 ถูกจับในข้อหาเสพโคเคน

 

 

 


          หลังจากเลิกลากับ บ็อบบี้ บราวน์ วิทนีย์ไม่มีข่าวเกี่ยวพันในเชิงชู้สาวกับใครอีก ชีวิตของเธอดีขึ้นกว่าเดิมในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถทวงคืนความเป็นสุดยอดนักร้องกลับคืนมาได้ เพราะสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมลงไปมาจากการเสพยา การแสดงคอนเสิร์ตของเธอสร้างความผิดหวังให้กับแฟนเพลง เพราะพลังเสียงของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป


 

          หนำซ้ำในปี 2008 บ็อบบี้ยังเปิดเผยผ่านหนังสืออัตชีวประวัติของเขา "The Truth, the Whole Truth and Nothing But" ว่าที่จริงแล้ว วิทนีย์ต่างหากที่ทำให้ทั้งตัวเธอเองและเขาติดยางอมแงม เพราะก่อนแต่งงานกับวิทนีย์ เขาเสพแค่กัญชาอย่างเดียวเท่านั้น แต่วิทนีย์ต่างหากที่เอาโคเคนมาเสพ จนสุดท้ายทั้งเขาและเธอเลยตกเป็นทาสของมัน

 

 

          นอกจากนั้นการแต่งงานกับวิทนีย์ก็ยังเป็นเรื่องผิดพลาด เพราะเขาและเธอเข้ากันไม่ได้เลย นอกจากนั้นวิทนีย์ยังมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ ด้วยการมีความสัมพันธ์กับผู้ช่วยสาวของตัวเอง


 

          แต่ถึงอย่างนั้นวิทนีย์ยังชื่นชม บ็อบบี้ บราวน์ อยู่เสมอ เธอกล่าวในรายการของ โอปร่า วินฟรีย์ ว่า "เขาเป็นเหมือนกับยาเสพติดที่ฉันขาดไม่ได้ ฉันทำอะไรไม่ถูกถ้าไม่มีเขา ฉันแทบจะยืนด้วยตัวเองไม่ได้ เราทำทุกอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเราทำด้วยกันเสมอ เวลาอยู่บ้าน เขาจะมีความเป็นพ่อสูงมาก เขาแมนมาก ๆ เขาควบคุมทุกอย่าง ฉันชอบแบบนั้น เมื่อเขาพูดฉันจะฟัง ฉันชอบเวลาที่มีคนมาคอยควบคุมฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกดี"

 

 

          คำสัมภาษณ์ของวิทนีย์ในวันนั้น แสดงเห็นว่าเธอยังรัก บ็อบบี้ บราวน์ อยู่เสมอ หลายคนบอกว่าความรักที่เธอมีให้กับบ็อบบี้เป็นความรักที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว มันเป็นความรักที่ปราศจากเงื่อนไขและข้อแม้ เขาอาจเลวร้ายในสายตาของคนมากมาย แต่เขาคือผู้ชายในฝันของเธอ และเธอเท่านั้นที่รู้ว่าเขาเป็นยังไง 

 

 

          เหมือนกับเพลง "I Know him so well" ที่วิทนีย์ร้องคู่กับ ซิสซี่ ฮุสตั้น แม่ของเธอ 


 

          เพลงที่ดูเหมือนจะเป็นบทสรุปชีวิตรักของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1329037089&grpid=01&catid=08&subcatid=0807  




 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น